วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557


                                   สวยปิ๊งด้วยแฟชั่น



การทำเล็บ

                                

การแต่งหน้า






  











การทำผม

                              


การแต่งตัว

             
                     
                                         

รองเท้า

         
 
         
        




                                   

                         ลักษณะการแต่งกายของคนผอม

                                                          


ไอเดียการแต่งตัวของคนผอมให้สวยปิ๊ง

  • ให้สาว ๆ ลองหาต้นแบบ ดาราที่มีหุ่นผอมบางคล้าย ๆ กับคุณ เพื่อให้คุณสามารถเห็นถึงการแต่งกายที่เข้ากับรูปร่างผอมได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวให้เหมือนกับดารา หรือนางแบบคนนั้นทุกกระเบียดนิ้ว คุณสามารถหาต้นแบบหลาย ๆ คน แล้วนำตัวอย่างการแต่งตัวนั้น มาปรับปรุงให้เข้ากับบุคลิก ลักษณะของคุณ
  • การเลือกไซส์ของเสื้อผ้าให้ถูกต้อง หากคุณต้องการให้ดูตัวใหญ่ขึ้น ก็ลองใส่เสื้อผ้าที่ไซส์ใหญ่กว่าคุณนิดหน่อย ถ้าคุณเป็นคนผอมมาก ก็ไม่ควรสวมเสื้อที่รัดรูปจนโชว์กระดูก เพราะจะดูเหมือนคนสุขภาพไม่ดี
  • เทคนิคการพรางรูปร่างด้วยเสื้อหลาย ๆ ชั้น สาว ๆ ลองมองหาเสื้อผ้าที่มีการตัดเย็บหลาย ๆ ชั้น หรือจะสวมแจ็คเก็ตทับเสื้อตัวด้านใน ก็จะช่วยให้เพื่อน ๆ ดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาได้เช่นกัน
  • ไม่ควรสวมเสื้อลายตรง เพราะจะทำให้คุณดูผอมมากยิ่งขึ้น ถ้าคุณเป็นคนตัวสูง คุณสามารถสวมเสื้อลายขวางได้เช่นกัน
  • การเลือกใส่สีเสื้อผ้าที่ถูกต้อง เช่น หากคุณต้องการให้หุ่นดูอวบอิ่มมากยิ่งขึ้น ลองสวมเสื้อสีธรรมชาติ หรือสีสว่าง แล้วเล่นกับความแตกต่างของสีนั้น เช่น สวมเสื้อสีสว่าง แล้วสวมกระโปรงที่เข้ม
  • การใช้เครื่องประดับต่าง ๆ เพื่อช่วยให้หุ่นของคุณดูมีน้ำมีนวล และมีรูปร่างเป็นสัดส่วนมากขึ้น เช่น หากคุณเป็นคนผอม แต่ไม่มีเอว ลองใช้เข็มขัดเส้นหนาสีสว่างคาดเอว
  • ข้อที่ควรหลีกเลี่ยงในการแต่งตัวของคนผอม
    • สำหรับคนผอมสูง ไม่ควรสวมส้นสูงมากนัก เพราะจะยิ่งทำให้คุณดูผอมมากขึ้นไปอีก
    • กระโปรงทรงบอลลูนเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับสาวผอม เพราะมันจะทำให้คุณดูลีบแบนในกระโปรงป่อง ๆ ตัวนั้น
    • ไม่ควรสวมกระโปรงพลีตยาว เพราะจะทำให้ดูผอม ไม่มีสัดส่วน และควรสวมกระโปรงพลีตความยาวสั้นเหนือเข่า
                                            

                          ลักษณะการแต่งกายของคนตัวเล็ก

                                                     

สำหรับผู้หญิงที่มีส่วนสูง ไม่เกิน 160 เซนติเมตร นั้นถูกจัดอยู่ในผู้หญิงที่มีรูปร่างเล็ก (เทียบจากมาตรฐานสากล) ถึงแม้ว่าผู้หญิงไทยหากคุณมีส่วนสูงตั้งแต่ 155-160 ซม. ดูแล้วอาจไม่ตัวเล็กมากแต่ก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มคนตัวเล็ก ดังนั้นสวยออนไลน์จะแนะนำ 10 วิธีที่สาวๆตัวเล็กหรือไม่สูงควรนำไปพิจารณาก่อนที่จะเลือกเสื้อผ้า

1. เลือกเสื้อผ้าแบบสีเดียวกันทั้งชุด ตั้งแต่เสื้อ กระโปรง หรือ กางเกงจนถึง รองเท้าได้เลยก็โอเคอยู่ หรือจะเป็นชุดเดรสตามรูปตัวอย่างก็ได้ แต่ก็เน้นให้ส่วนล่างยาวลงมาถึงเข่าก็ช่วยได้มาก ข้อดีของการแต่งแบบสีเดียวก็คือทำให้ผู้หญิงตัวเล็กดูมีมิติและสูงขึ้น ในการแต่งตัวแบบสีเดียวกันทั้งชุดสวยออนไลน์จะแนะอีกครั้งในหัวข้อนี้

2. เลือกเสื้อผ้าที่ใส่แล้วพอดีตัว ไม่ใหญ่เกินไป หรือใส่แล้วหลวม ไม่ควรเลือกเนื้อผ้าที่มีมีการตกแต่ง หรือติดส่วนเพิ่มมาบนผ้ามาก หรือถ้ามีก็ควรมีให้น้อยที่สุด เพราะจะทำให้เมื่อใส่แล้วดูหนักเกิน

3. เลือกเสื้อผ้าแฟชั่นที่มีลายของเสื้อผ้าเป็นแบบ ลายแนวตั้ง

4.เสื้อแบบคอวีก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้หญิงตัวเล็ก เพราะเมื่อใส่เสื้อคอวีจะทำให้จะทำให้มองดูแล้วผู้ที่สวมใส่ดูสูงขึ้น

5.สิ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้สำหรับผู้หญิงตัวเล็กก็คือ รองเท้าส้นสูง(High Heels) เพราะเป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดที่ทำให้สูงขึ้นก็คือรองเท้า ยิ่งรองเท้าส้นสูง ยิ่งช่วยได้มาก ควรหลีกเลี่ยงรองเท้ารัดส้นเพราะจะทำให้ดูเตี้ยลง

6.หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่มีลายขนาดใหญ่ เพราะว่าเราต้องการดูสูงขึ้น ไม่ใช่ดูกว้างขึ้น เพราะถ้าดูกว้างขึ้นจะทำให้ดูเตี้ยลงได้ และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าตัวใหญ่ เสื้อคลุมตัวใหญ่ เสื้อคลุมไหล่ที่สามารถใส่ได้ก็ก็ควรเป็นเสื้อที่บางหน่อยไม่หนาเกินไป

7.กระเป๋าถือแฟชั่นที่ควรเลือกใช้ไม่ควรเลือกกระเป๋าใบใหญ่ เพราะเมื่อเราถือคู่กับตัวเราแล้วจะเกิดการเปรียบเทียบขนาดกับรูปร่างของผู้ใช้ได้ เมื่อกระเป๋าใบใหญ่จะทำให้ดูไม่สมส่วนกับรูปร่างเล็กของผู้หญิงตัวเล็ก

8.เลือกกระโปรงสั้น หรือ มินิสเกิร์ต เพราะจะทำให้แสดงส่วนขามากขึ้นดูสูงขึ้น

9.เลือกเข็มขัดที่ไม่ขนาดใหญ่ ความกว้างน้อยๆ

10.เลือกกางเกงขายาวที่เป็นแบบตรง กระเป๋ากางเกงมีขนาดไม่ใหญ่เกินไป

                          
                                         

                          ลักษณะการแต่งกายของคนสูง


หุ่นเพรียวบางผอมสูงราวกับนางแบบ เป็นหุ่นที่ปรารถนาของสาว ๆ ทุกคนอย่างแน่นอน แต่มันก็มีปัญหาหนักใจสำหรับสาว ๆ หุ่นดีเหล่านี้เช่นกันในการแต่งตัวอย่างไรให้ดูดี มีสไตล์ วันนี้เราจึงขอเสนอไอเดียการแต่งตัวสำหรับคนผอมสูงมาให้เพื่อน ๆ ได้ลองเอาไปใช้ดูค่ะ
สาว ๆ ที่ผอมและสูงไม่ควรเลือกเสื้อผ้าที่ทำให้หุ่นดูสูงมากเกินไป มาดูทริปในการเลือกเสื้อผ้าแฟชั่นของคนผอม และสูงกันค่ะ
- เลือกชุดเดรสที่มีผ้าเป็นชั้น ๆ เพราะมันจะดูมีความน่าสนใจ และพรางสายตาในเรื่องความผอมได้
- หลีกเลี่ยงการใส่ชุดที่เปิดเผยเนื้อหนัง กางเกงขาสั้นจู๋ และชุดแนบเนื้อ
- ระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับการเลือกเสื้อผ้าที่มีลวดลายแนวตั้ง เพราะมันยิ่งจะทำให้ดูผอมมากยิ่งขึ้นไปอีก
- จากข้อข้างต้น เราก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายแนวขวางแทน
- หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อสีทึบ นอกเสียจากว่าเป็นสีที่เพื่อน ๆ ชอบนะคะ

                                  การเลือกเสื้อผ้าสําหรับคนผอม
       แต่งตัวของคนผอมสูง                         เสื้อผ้าคนผอมสูง


     ใส่เสื้อผ้าคนผอม                    คนผอมแต่งตัว

                                 

                            ลักษณะการแต่งกายของคนอ้วน

เทคนิคการแต่งกายคนอ้วน

    ถ้ายังลดความอ้วนไม่สำเร็จ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะดูผอมลงไม่ได้ วิธีแต่งตัวจากสไตลิสต์มือโปรต่อไปนี้ จะช่วยให้สาวๆ ดูผอมอย่างมีรสนิยม ไม่มีคำว่าพลาดค่ะ
          

 พรางด้วยคาร์ดิแกน
คาร์ดิแกน คือเสื้อคลุมตัวยาวที่ใส่ทับข้างนอก ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันผิวจากแสงแดดร้อนหฤโหดของบ้านเราได้แล้ว ยังช่วยให้คนอ้วน ดูผอมลง ด้วยเทคนิคการใส่ คาร์ดิแกนสำหรับคนอ้วน ให้เลิกใส่คาร์ดิแกนที่ยาวประมาณเอวค่ะ เพราะมันจะเน้นให้คุณดูพองลมยิ่งกว่าเดิม แล้วหันไปใส่คาร์ดิแกนที่ยาวคลุมสะโพก ลำตัวคุณจะได้ดูยาวขึ้นค่ะ

  แบ่งเป็นส่วนๆ
สำหรับคนอ้วน ยิ่งบนตัวมีเฟอร์นิเจอร์เยอะเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ดูอ้วนกลมมากเท่านั้น วิธีแต่งตัวที่ปลอดภัยที่สุดคือให้แบ่งตัวเองออกเป็น 3 ส่วน จากศีรษะถึงเอวเป็นส่วนที่หนึ่ง จากเอวถึงสะโพกเป็นส่วนที่สอง และจากต้นขาไปถึงฝ่าเท้าเป็นส่วนที่สาม แล้วแต่งให้ทั้ง 3 ส่วนนี้มีน้ำหนักสมดุลกัน เช่น ถ้าจะใส่กางเกงขาบาน ท่อนบนก็ต้องใส่เสื้อรัดรูป เพื่อให้น้ำหนักของท่อนบนกับท่อนล่างสมดุลกัน

 หาแจ็คเก็ตพอดีตัว
ถ้าไม่มั่นใจใสความผอมเพรียวของตัวเอง อย่าพยายามอินเทรนด์ด้วยแจ็คเก็ตประเภทใหญ่โคร่งที่พวกสาวเซอร์ชอบใส่ เพราะมันจะขยายให้คุณดูตัวโตกว่าเป็นจริง แต่ควรจะหาแจ็คเก็ตพอดีตัวที่เข้ารูปช่วงเอว จะได้หลอกตาประชาชนได้ว่า ชั้นก็มีส่วนเว้าส่วนโค้งกับเขาเหมือนกันนะ

 ใส่กระโปรงทรงตรง
กระโปรงทรงนี้เกิดมาเพื่อคนอ้วน เพราะมันเป็นทรงเดียวที่ใส่แล้วสะโพกดูเล็กลง แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นกระโปรงทรงสอบ ความแคบของกระโปรงจะยิ่งเน้นให้ก้นของคุณดูมหึมา ส่วนกระโปรงพริ้วทั้งหลายนั้น สาวตุ้ยนุ้ยจะใส่ก็ไม่ว่ากันค่ะ

 จับคู่ให้ลงล็อค
สีที่จะช่วยให้คุณดูผอมลงทันที ได้แก่ สีดำ สไตลิสต์เขาแนะนำว่าให้เบรคความดำด้วยรองเท้าส้นสูงสีสว่างๆ โดยเฉพาะสีเงินหรือเทาสะท้อนแสง รับรองว่าดูดีไปเลยค่ะ

 ยีนส์กับส้นสูง
เหตุผลที่ดาราฮอลลีวู้ดเป็นปลื้มกับยีนส์บวกส้นสูงสวยๆกันนัก เพราะลุคส์นี้ไม่มีคำว่าอ้วน เนื้อผ้าหนาๆ ของยีนส์กับความสูงจากรองเท้าจะทำให้คนใส่ดูเพรียวขึ้นในบัดดล แต่ข้อควรระวังที่สาวตุ้ยนุ้ยต้องจำให้มั่นก็คือ ต้องเลือกใสแต่ยีนส์ทรงตรง ขาตรง อย่าหาเรื่องใส่ตัวด้วยกางเกงขาลีบที่รัดจนเกินไป หรือกางเกงขาบานที่จะทำให้ตัวคุณดูกว้างไปกันใหญ่

 เข็มขัดช่วยได้
ใครว่าคนอ้วนใสเข็มขัดไม่ได้ อันนี้ขอค้านค่ะ เพราะเข็มขัดนี้ล่ะจะทำให้คุณดูผอมยิ่งกว่าที่เคย เข็มขัดที่เหมาะกับคนอ้วนควรจะเป็นพวกไนลอนหรือผ้ายืดที่ไม่รัดพุงจนเกินไป 

 อย่าเปิดไหล่
ต้นแขนเป็นอวัยวะที่จะสะสมไขมันก่อนใครเพื่อน ความอ้วนของคุณจึงจะกระฉอกออกมาในทันทีที่คุณใส่เสื้อเปลือยไหล่ แขนกุด หรือสายเดี่ยว หรือถ้ารักจะใส่จริงๆ ก็หาผ้าคลุมมาไว้สักหน่อย


                                                     

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การดูแลรักษาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย


การดูแลและการทำความสะอาดเสื้อผ้าถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เสื้อผ้าสะอาดมองดูใหม่อยู่เสมอ และสามารถใช้งานได้ยาวนาน โดยใช้น้ำและสารซักฟอกเพื่อขจัดเหงื่อไคล ฝุ่นละอองหรือคราบอื่นๆที่เปื้อนเสื้อผ้า นอกจากนั้น การจัดเก็บเสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบ เป็นหมวดหมู่ จะช่วยให้เกิดความสะดวกเมื่อต้องการสวมใส่ เสื้อผ้าที่สะอาดมีส่วนช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพให้แก่ผู้สวมใส่ ดังนั้น จึงควรศึกษาและปฏิบัติให้ถูกวิธี

๑).การดูแลเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย

    เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายจะใช้ได้ทนทานและอยู่ในสภาพดีนั้น ผู้สวมใส่จะต้องรู้จักดูแลรักษาให้ถูกวิธีตามหลักการ ดังนี้
    
    ๑.ขณะสวมเสื้อผ้าต้องระมัดระวังไม่ให้เปรอะเปื้อนและการถูกของแหลมคมเกี่ย 
    
    ๒.เมื่อถอดเสื้อควรแขวนไว้กับไม้แขวนเสื้อ ไม่ควรแขวนไว้บนตะขอหรือตะปูเพราะจะทำให้เสื้อเสียรูปทรงและฉีกขาดได้ง่าย     แต่ถ้าเป็นเสื้อกันหนาวไม่ควรแขวนทิ้งไว้ เพราะว่าจะทำให้เสื้อยืดเสียรูปทรง 
   
    ๓.ในกระเป๋าเสื้อ ไม่ควรใส่ของที่หนักมาก เพราะจะทำให้กระเป๋าเสื้อเสียรูปทรงและฉีกขาด
   
    ๔.เมื่อถอดเสื้อผ้าออกจากตัว ควรตรวจดูรอบเปื้อน ถ้าเสื้อถูกรอยเปื้อนให้รีบขจัดรอยเปื้อนในทันที เพราะว่ารอยเปื้อนใหม่จะ     ทำความสะอาดได้ง่ายกว่าปล่อยทิ้งไว้นาน 
   
    ๕.หากพบว่าเสื้อผ้ามีส่วนที่ชำรุด ก่อนการนำไปทำความสะอาดควรซ่อมแซมให้เรียบร้อยเสียก่อน
     
       ๖.เมื่อประกอบอาหารหรือทำกิจกรรมอื่นๆที่อาจทำให้เสื้อผ้าเปื้อน ควรสวมผ้ากันเปื้อนทุกครั้ง
     
       ๗.ก่อนการซักผ้าให้แยกผ้าสีและผ้าขาว เพราะว่าผ้าแต่ล่ะชนิดมีคุณสมบัติต่างกัน ดังนั้นจึงควรแยกผ้าดังนี้

-          ผ้าสีประเภทใยธรรมชาติ

-          ผ้าสีประเภทใยสังเคราะห์

-          ผ้าขาวประเภทใยธรรมชาติ

-          ผ้าขาวประเภทใยสังเคราะห์

๘.เสื้อผ้าที่สวมแล้วและเปียกเหงื่อ ควรแขวนไว้ให้หมดเหงื่อ ดีกว่าการนำผ้าที่ใช้แล้วถอดใส่ตระกล้าทันที เพราะจะทำให้มีกลิ่นอับชื้นจากเหงื่อ ควรนำเสื้อผ้าที่ใช้แล้วแขวนในที่ที่ลมโกรก หรือแขวนผึ่งไว้ในที่อากาศปลอดโปร่งเพื่อให้เหงื่อแห้ง

๙.ถุงเท้าเมื่อสวมใส่แล้วต้องทำความสะอาดทุกครั้ง ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะมีกลิ่น ไม่ควรสวมใส่ซ้ำ เพราะว่าจะทำให้เกิดโรคผิวหนังได้

๑๐.เครื่องประกอบการแต่งกายควรทำความสะอาดอยู่เสมอ เช่นหมั่นซักรองเท้าผ้าใบ รองเท้าหนังควรเช็ดและขัดให้สะอาดสวยงาม เมื่อชำรุดต้องรีบซ่อมแซมเช่นเดียวกัน เพราะรองเท้าที่ชำรุดจะไม่เหมาะกับเสื้อผ้าที่สวยงาม เป็นต้น

๒.การทำความสะอาดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย

                วิธีการทำความสะอาดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายนั้นเป็นสิ่งจำเป็น เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายจะสวยงามคงสภาพได้ยาวนานถ้าเรารู้จักดูแลรักษา รู้จักใช้วัสดุเพื่อการซักฟอกอย่างถูกวิธี ดังนี้

๒.๑.ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดูแลรักษาเสื้อผ้า

                ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดมีหลายชนิด เช่น ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก สารฟอกขาว น้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีมากมายหลายยี่ห้อ เมื่อเลือกใช้ควรศึกษาคำอธิบายจากฉลากข้างกล่องให้เข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำนั้น ซึ่งในบางครั้งต้องทดลองใช้จึงจะสามารถวิเคราะห์คุณภาพของผลิตภันฑ์นั้นๆได้ สำหรับผลิตภัณฑ์ซักฟอกที่นิยมใช้ มีดังนี้

                ๑).สารซักฟอก สารซักฟอกที่เป็นทั้งผงและเป็นน้ำ ได้แก่ ผงซักฟอกและน้ำยาซักฟอก ใช้สำหรับซักผ้าหรือทำความสะอาดอื่นๆ มีขายอยู่ทั่วไปทั้งชนิดเป็นผงและเป็นน้ำ ก่อนการเลือกใช้ควรศึกษาฉลากข้างกล่องก่อน และปฏิบัติตามคำแนะนำในฉลากนั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน และช่วยให้เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ทำความสะอาดคงสภาพเดิมไม่เสียหาย

                ๒).สารปรับผ้านุ่ม สารปรับผ้านุ่มเป็นสารที่มีส่วนผสมของน้ำมันช่วยเคลือบผืนผ้า ลดความกระด้างของผ้า และช่วยลดการดูดซึมของน้ำ ควรใช้เมื่อจำเป็นหรือนานๆครั้งหรือหลังจากการซักทุก๒-๓ครั้ง

                ๓).สารฆ่าเชื้อโรค นิยมนำมาทำความสะอาดเสื้อผ้า เช่น น้ำมันสน สารฟอกขาว คลอรีน นิยมใช้ซักผ้าในห้องน้ำ ซักผ้าผู้ป่วยเป็นต้น

๔).สารเพิ่มความขาวและสดใสของผ้า สารเพิ่มความสดใสของผ้าในสารซักฟอกส่วนมากจะใส่สารนี้ไว้ แต่ถ้าเป็นผ้าที่เราต้องการให้ดูสดใสยิ่งขึ้น ให้ใช้ครามซึ่งเป็นสารเคมีชนิดหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มความสดใสของผ้าขาวและมีขายอยู่ทั่วไป โดยนำครามไปผสมกับน้ำสุดท้ายเวลาซัก

๕).สารตกแต่งผ้าให้แข็ง นิยมใช้กับผ้าที่ต้องการความคงรูป เช่นผ้าฝ้าย ผ้าไหม โดยการลงแป้งหรือเยลลี่หลังการซักผ้าน้ำสุดท้าย หรืออาจใช้แป้งสเปรย์สำเร็จรูปฉีดก่อนการรีดผ้า  เมื่อรีดเสร็จแล้วนำผ้ามาฉีดด้วยสเปรย์จะแข็งเรียบ สวยงาม  เหมือนผ้าที่ลงแป้ง

๖)สารกำจัดร้อยเปื้อน  สำหรับสารกำจัดรอยเปื้อนนั้น ไม่มีสารชนิดใดที่สามารถกำจัดรอยเปื้อนได้ทุกชนิด  และสารบางชนิดจะทำลายเนื้อผ้า เช่น สารประเภทกรด  จะทำลายผ้าที่ท้อจากใยพืช ดังนั้น ในการใช้สารกำจัดรอยเปื้อน ควรรู้จักคุณสมบัติของสารชนิดนั้นเพื่อการเลือกใช้อย่างเหมาะสม



นโยบายในการพัฒนาอุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่นใหม่ๆของประเทศต่างๆ



ในบทนี้จะเป็นบทที่กล่าวถึงนโยบายในการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอของประเทศต่างๆ อันได้แก่ ประเทศจีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และเม็กซิโก ซึ่งเป็นประเทศที่รัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศของตนอย่างชัดเจน เพื่อให้แข่งขันกับต่างประเทศได้ และรวมทั้งนโยบายอุตสาหกรรมสิ่งทอเสื้อผ้าแฟชั่นใหม่ๆของประเทศไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้ [ นโยบายสิ่งทอของประเทศจีน ] นโยบายสิ่งทอที่สำคัญของประเทศจีน มี 3 ประการ อันได้แก่ ประการแรก ส่งเสริมการส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ประการต่อมาคือ ยกระดับเครื่องจักรการผลิต และประการสุดท้าย คือ ลดปริมาณการใช้น้ำให้น้อยลง [ แนวทางการดำเนินนโยบาย] คือ (1).สนับสนุนผู้ส่งออกรายใหญ่ให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ (2).พัฒนาเส้นใยประเภทใหม่ (3).พัฒนาการย้อมและการตกแต่งผ้าไหม (4).เพิ่มคุณภาพของด้ายฝ้ายและวิธีการย้อม (5).พัฒนาเครื่องจักรในสายการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (6).รีไซเคิลน้ำให้ได้ร้อยละ 30 (7).ลดปริมาณการใช้น้ำลงเหลือ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อผ้า 100 ตารางเมตร (8). นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อการประหยัดน้ำมาใช้ [ นโยบายสิ่งทอของประเทศไต้หวัน ] ประเทศไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมด้านการส่งออก โดยตั้งเป้าหมายการส่งออกปี 2549 ไว้ประมาณ 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ [แนวทางการดำเนินนโยบาย] มีดังนี้ (1).ตั้งศูนย์กระจายสินค้า (2).จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสิ่งทอ (3). รัฐบาลได้ให้เงินสนับสนุนแก่ China External Development Council จัดคณะผู้แทนการค้าเพื่อบุกเบิกตลาดต่างประเทศ รวมทั้งให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ประกอบการ (4).การบริหารโควตา โดยมอบหมายให้สหพันธ์สิ่งทอไต้หวัน (Taiwan Textile Federation) เป็นผู้ดำเนินการจัดสรรให้กับผู้ส่งออกเสื้อผ้าแฟชั่นอินเทรนด์ โดยพิจารณาจากปริมาณการส่งออกของผู้ส่งออกแต่ละรายเป็นฐานในการคำนวณ [นโยบายสิ่งทอของประเทศฮ่องกง] นโยบายหลักของอุตสาหกรรมสิ่งทอประเทศฮ่องกง คือ ส่งเสริมด้านการส่งออก เนื่องจากฮ่องกงเป็นประเทศผู้ส่งออกเครื่องนุ่งห่มรายใหญ่ของโลก แนวทางการดำเนินนโยบาย มีดังนี้ (1). นำระบบ Quick Response มาใช้ในการซื้อขายกับลูกค้าในต่างประเทศให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น (2).จัดตั้ง Retail Outlets สำหรับเสื้อผ้าสำเร็จรูปแบรนด์เนมของตนเอง เช่น Crocodile, pisode, G 2000, Giordano เป็นต้น ตามเมืองศูนย์การค้าที่สำคัญของโลก ได้แก่ ปักกิ่ง โตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก เป็นต้น (3).บริหารโควตาส่งออก ในปัจจุบันการส่งออกสิ่งทอของฮ่องกงไปตลาดที่มีข้อจำกัดโควตานำเข้า อยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าสิ่งทอขององค์การการค้าโลก หรือ ATC (Agreement on Textiles and Clothing) มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2538 มีผลให้ประเทศที่เคยมีข้อตกลงการค้าสิ่งทอระหว่างสองฝ่าย และกำหนดโควตานำเข้าสิ่งทอจากฮ่องกง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหภาพยุโรป มีข้อตกลงจะทยอยยกเลิกการจำกัดปริมาณนำเข้าสิ่งทอจากฮ่องกงในช่วงระยะเวลา 10 ปี โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2538 ในปี 2541 ซึ่งเริ่มต้นช่วงที่สองในการทยอยยกเลิกการจำกัดปริมาณนำเข้า ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ยกเลิกการกำหนดโควตานำเข้าสิ่งทอเสื้อผ้าแฟชั่นจากฮ่องกงแล้ว 23 รายการ แคนาดายกเลิกโควตา 2 รายการ และสหภาพยุโรปยกเลิกโควตา 4 รายการ

                                               การตลาด


ธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์

การขายสินค้าออนไลน์ สิ่งที่จำเป็นที่สุดของการค้าขายสินค้าคือการให้บริการที่รวดเร็ว คุณรู้หรือไม่ว่าใครๆ ต่างก็มีสิทธิเข้าถึงธุรกิจขายเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์เท่ากันทุกคน ดังนั้นการให้บริการจึงเป็นสิงสำคัญอันดับหนึ่ง

ต่อมาเป็นเรื่องคุณภาพของสินค้า การขายสิ้นค้าออนไลน์มีข้อเสียอย่างหนึ่งคือ ลูกค้าไม่สามารถจับต้องในตัวสินค้าได้ ดังนั้นเราควรใส่ใจในเรื่องของสินค้าตัวที่ขายด้วย ให้เลือกเอาระหว่างลูก กับ กำไลกินวันเดียวก็หมด คงเลือกไม่ยากนะค่ะ ผู้เขียนมีคติที่ว่า “สินค้ามีคุณภาพ ลูกค้าก็ย่อมมีคุณภาพ

แหล่งรับเสื้อผ้า ?

1. ตลาดโบ๊เบ๊ เริ่มตั้งแต่เวลา 02.00 น. เป็นต้นไป ต่อจากนั้นประมาณ 07.00 น. แผงลอยและอาคารพาณิชย์ก็จะเปิดขายสินค้าตลอดทั้งวัน โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าคนกลางจากต่างจังหวัด เข้ามารับและเลือกซื้อเสื้ผ้าสำเร็จรูปที่กำลังนิยม นำไปจำหน่าย
- โบ๊เบ๊เก่า อยู่ทางด้านริมทางรถไฟเขตปทุมวัน ตลาดแห่งนี้จะมีการขายส่งเสื้อผ้าแบบยกโหล ลักษณะการค้ามุ่งเน้นตลาดกลางภายในประเทศ
- โบ๊เบ๊ใหม่ อยู่ฝั่งเดียวกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือโรงพยาบาบหัวเฉียว มุ่งเน้นการส่งออก มีสินค้ามากกว่าตลาดโบ๊เบ๊เก่า นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ยังมีผ้าใบ ผ้าเต็นท์ หรือของเบ็ดเตล็ดอื่นๆ อีกมากมาย
2. แพลตตินั่ม ประตูน้ำ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของพ่อค้าแม่ค้า ที่กำลังมองหาเสื้อผ้าแฟชั่น ชุดเดรส กางเกงยีนส์ รองเท้า และสินค้าแฟชั่นอื่นๆ อีกมากมายที่ทันสมัยและคุณภาพดีมาจำหน่าย เพราะเสื้อผ้าในย่านนี้ มีราคาขายส่งค่อนข้างสูงกว่าที่อื่นเมื่อเทียบกับราคาสินค้ากับตลาดค้าส่งที่แห่งอื่น แต่คุณภาพก็ต้องยอมรับว่าดีจริงๆ ค่ะ ซึ่งหากเรารับเสื้อผ้าในย่านนี้ เราอาจจะต้องไปขายปลีกหน้าร้านในราคาค่อนข้างสูงหน่อย เพราะมีราคาต้นทุนสูง แต่สินค้ากับราคาเมื่อเทียบกันและก็เหมาะสมค่ะ
3. ตลาดนัดจตุจักร ตลาดแห่งนี้มีความเป็นมายาวนานกว่า 60 ปี มีสินค้ามาวางจำหน่ายเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างกันเลยทีเดียว อีกทั้งอาหารการกินก็หาซื้อง่าย อาหารก็อร่อยราคาไม่แพง และที่ตลาดจตุจักรยังมีพวกพืชผักสวนครัว ต้นไม้ดอกไม้นานาชนิดมาวางจำหน่าย
ตลาดนัดจตุจักรเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบซื้อของและต่อรองราคา ซึ่งแบ่งพื้นที่ออกเป็น 26 โครงการ กลุ่มสินค้ามีตั้งแต่ เสื้อผ้า ต้นไม้ ของแต่งบ้าน เครื่องประดับ ของสะสม ของเก่า งานศิลปหัตถกรรม เฟอร์นิเจอร์ สัตว์เลี้ยง หนังสือเก่า อาหารพื้นเมือง สินค้าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ อีกมากมาย ในทุกวันพุธและพฤหัส ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์จะเปลี่ยนเป็นตลาดนัด รวมทั้งเป็นศูนย์รวมร้านค้าจากทุกภูมิภาคของประเทศ จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่จะเรียกตลาดนัดจตุจักรว่า เป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
4. ตลาดสำเพ็ง เป็นตลาดที่รวบรวมสินค้าราคาถูกที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย หลายคนคงจะรู้จักและได้ยินชื่อเสียงของตลาดสำเพ็งมามาก เพราะเปิดให้บริการตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 มาจนถึงปัจจุบัน ตลาดสำเพ็งเปิดให้บริการ 2 เวลา คือ ตลาดสำเพ็งเช้า จะเปิดให้บริการ เริ่มเวลาประมาณ ตี3 – 7 โมงเช้า ซึ่งเวลาทำการปกติของตลาดสำเพ็งนั้นจะเปิดเวลา 08.00-17.00 น.
สินค้าที่มีวางจำหน่ายส่วนใหญ่จะเป็นสินค้ากิ๊ฟช๊อป อาทิเช่น กิ๊บติดผม เครื่องประดับ ต่างหู สร้อยคอสไตล์เกาหลี สร้อยคอลูกปัด เป็นต้น แต่ที่สำเพ็งยังมีสินค้าอีกหลายประเภทวางจำหน่ายในราคาที่ถูกให้พ่อค้าแม่ค้าเลือกซื้อไปจำหน่ายไม่ว่าจะเป็น วิกผม ตุ๊กตาโมเดลญี่ปุ่น เครื่องตกแต่งบ้าน เครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า อุปกรณ์ของใช้ในบ้าน เป็นต้น มีครบทุกอย่างจริงๆ ค่ะ5. ตลาดโรงเกลือ ด่านชายแดนอรัญประเทศ – ปอยเปต ตั้งอยู่ที่บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยอยู่ห่างจากย่านชุมชนในเทศบาลอรัญประเทศไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงหมายเลข 33 ประมาณ 6 กิโลเมตร บริเวณนี้จะมีด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร สถานีตำรวจคลองลึก ตลาดการค้าโรงเกลือ และสะพานมิตรภาพไทย – กัมพูชา ซึ่งเชื่อมชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ ด่านตรวจคนเข้าเมืองจะเปิดเวลา 7.00 น. และปิดเวลา 20.00 น. ของทุกวัน
ตลาดโรงเกลือเป็นจุดศูนย์กลางการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ให้มาเที่ยวและซื้อสินค้ากันมาก ทำให้มีกระแสเงินหมุนเวียนประมาณวันละ 10 ล้านบาท สินค้าส่วนใหญ่เป็น เครื่องอุปโภค – บริโภค เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ใช้แล้ว เครื่องตกแต่งบ้าน สินค้าจากจีนและยุโรปตะวันออก รวมทั้งยังเป็นแหล่งจ้างแรงงานกัมพูชาจำนวนมากอีกด้วย
7. สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ สินค้านำเข้ากำลังเป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน เพราะมีคุณภาพดีบวกกับรสนิยมสมัยใหม่ ทำให้ง่ายต่อการขายปลีก ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหลายเจ้านิยมนำเข้าสินค้าจำพวกเสื้อผ้าแฟชั่นหรือเครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า สินค้าส่วนใหญ่มาจากประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น จีน ใต้หวัน แต่ที่นำเข้ามามากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นประเทศจีน เพราะสินค้าจากประเทศจีนมีราคาต้นทุนต่ำ พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องคุณภาพของสินค้าเพราะมีทั้งเกรด A จนถึงไปจนถึงเกรด -Z เมื่อนำมาจำหน่ายหน้าร้านหรือขายปลีกผ่านทางอินเทอร์เน็ตออนไลน์ ทำให้สามารถตั้งราคาในระดับเกรดพรีเมี่ยมได้ไม่ยาก
วิธีนำเข้าจากจีน มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน วิธีที่ดีที่สุดคือให้ไปดูโรงงานผลิตด้วยตัวเองจะดีมาก หรือไม่ก็ไปติดต่อเลือกสินค้าจากพ่อค้าคนจีนด้วยตัวเองก็ได้ หรือมีอีกหนึ่งวิธี คือการนำเข้าผ่านระบบออนไลน์ส่งสินค้าแล้วใช้บริการบริษัทชิปปิ้ง ซึ่งเป็นตัวแทนผู้นำเข้าและส่งออกโดยที่เราไม่ต้องออกเดินทางไปเองบริษัทชิปปิ้งจะจัดการให้เราทุกสิ่งอย่าง ทำให้เรามีความสะดวกสะบ่ายยิ่งขึ้น สำหรับวิธีนี้ควรศึกษาหาข้อมูลให้ดีแล้วเลือกบริษัทชิปปิ้งที่ไว้ใจได้ เพียงเท่านี้การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศก็จะง่ายดายมากขึ้น